บทที่ 12 ความจริงที่พูดไม่ได้

สิ้นเสียงคำพูดของพยาบาล ประตูห้องก็เปิดออก

พ่อของเตมินทร์เดินเข้ามา เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินไปนั่งลงที่โซฟาตรงมุมห้อง สายตาเขาไม่ได้มองมาที่ลูกชายบนเตียงแม้แต่ครั้งเดียว

พยาบาลตรวจดูสายน้ำเกลืออีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาพูดกับเตมินทร์

“ถ้าหนูรู้สึกไม่สบายตรงไหน กดกริ่งเรียกพี่ได้เลยนะจ๊ะ”

“ครับ”

พยาบาลยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ภายในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง

เตมินทร์นอนมองเพดาน ภาพบ้านที่พังเละเทะยังคงติดอยู่ในหัว รวมถึงคำพูดของพ่อ “แม่แกทิ้งแกแล้ว” นิ้วมือเขากำผ้าห่มแน่นขึ้น

ไม่จริง…แม่ไม่มีทางทิ้งเขา

“เดี๋ยวเราจะย้ายบ้าน” เสียงของพ่อดังขึ้นจากมุมห้อง

เตมินทร์หันไปมองทันที

“ว่าไงนะครับ”

“ฉันบอกว่า เราจะย้ายบ้าน”

“ทำไมครับ”

“แกออกจากโรงพยาบาลก็เตรียมตัวไว้ เรื่องโรงเรียน อาทิตย์หน้าก็ไปสอบให้เสร็จ แล้วฉันจะไปลาออกให้”

เตมินทร์ขมวดคิ้ว ลมหายใจของเขาถี่ขึ้นเรื่อยๆ

“ผมไม่อยากย้าย”

พ่อไม่ตอบ เพียงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดู

“ทำไมผมต้องย้ายบ้าน แล้วทำไมต้องลาออกจากโรงเรียนด้วย” เสียงเขาสูงขึ้น เกือบจะเป็นเสียงร้อง

ที่นั้นคือบ้านของเขา บ้านที่เขาเติบโตมากับแม่ และก็มีชา เด็กผู้หญิงที่วิ่งข้ามถนนมาหาเขาแทบทุกวัน ทุกอย่างที่เขาคุ้นเคยอยู่ที่นี่ แต่พ่อกลับกำลังจะพาเขาไปจากทุกอย่าง

“แกยอมรับความจริงซะเถอะ” พ่อพูดทั้งที่สายตายังอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์

“เดิมทีฉันก็ไม่ได้อยากจะอยู่ที่นั้นเท่าไหร่ แต่แม่แกดึงดันจะซื้อบ้านหลังนั้นเอง”

เขาเก็บโทรศัพท์ลง ก่อนเงยหน้ามองลูกชาย

“แต่ตอนนี้แม่แกหนีไปกับชู้ซะแล้ว เพราะงั้นเราก็ไม่มีเหตุผลต้องอยู่ที่บ้านหลังนั้นต่อไปแล้ว”

“ไม่จริง” เขาส่ายหน้า “แม่ไม่มีทางทำแบบนั้น”

“ฉันบอกให้แกรับความจริง”

“แต่แม่รักผม—” เสียงเขาแตกกลางคำ “แม่ไม่มีทาง...ไม่มีทางทิ้งผม”

พ่อไม่ได้ตอบ เพียงลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องไป ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นหน้าห้อง ก่อนประตูจะเปิดออกอีกครั้ง

พ่อกับแม่ของทิชาเดินเข้ามาพร้อมกับเด็กหญิงตัวเล็ก

“มินทร์เป็นยังไงบ้างลูก” แม่ของทิชาถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่มินทร์” ทิชารีบเดินเข้ามาหาเตียง “เจ็บมากไหม”

เตมินทร์ยังไม่ทันตอบ พ่อของเตมินทร์ก็หันไปพูดกับพ่อของทิชา

“เด็กๆ คงอยากคุยกันครับ เราออกไปข้างนอกกันเถอะ”

พ่อของทิชาพยักหน้า ก่อนเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน

“พี่มินทร์ เป็นยังไงบ้าง”

เตมินทร์ส่ายหน้า มองไปที่มือตัวเองแทนที่จะมองหน้าเธอ

“ไหน ชาขอดูแผลหน่อย”

เธอยื่นมือไปหาแขนของเขา แต่เตมินทร์กลับสะบัดออก แรงกว่าที่ตั้งใจ

ทิชาชะงัก มือที่ยื่นออกไปค้างอยู่กลางอากาศ

“พี่มินทร์...”

เตมินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น

“ชา”

“คะ?”

“พ่อพี่บอกว่าแม่ทิ้งพี่ไป แล้วหนีไปกับผู้ชายคนอื่น”

ทิชานิ่ง มือที่วางอยู่บนตักกำแน่นขึ้น

“แต่พี่ไม่เชื่อ” เขาหันมามองเธอในที่สุด ดวงตายังแดงก่ำแต่ยังไม่มีน้ำตา “ชาก็รู้ว่าแม่รักพี่มาก”

ทิชาเม้มริมฝีปาก หลบสายตาลงมองพื้น

“แม่ไม่มีทางทิ้งพี่ได้ลงหรอก”

คำพูดนั้นทำให้ทิชานิ่งไปกว่าเดิม ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เธอเห็นในวันนี้...ก็เป็นเรื่องจริงงั้นสิ คุณน้าหนีไปกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ

“จริงไหมชา”

ทิชาหลบตา นิ้วเธอบิดชายเสื้อตัวเองไปมา

“ชา...ไม่รู้”

“ไม่รู้อะไรของชา”

ทิชาไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้าลงลึกกว่าเดิม

“หรือชาไปรู้อะไรมา”

“เปล่า” เสียงเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“งั้นทำไมชาถึงทำหน้าแบบนั้น”

“ชาไม่ได้รู้อะไรจริงๆ”

เตมินทร์ยังคงมองเธอ เขารู้จักทิชามานานพอที่จะรู้ว่าเธอกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง

“ชาบอกพ่อพี่ใช่ไหม”

“ชาไม่ได้บอก”

ทิชาก้มหน้าลง พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ถ้าบอกเขาว่าเธอเห็นอะไร พี่มินทร์คงต้องเสียใจมากแน่ๆ แต่ถ้าไม่บอก...อย่างน้อยพี่มินทร์ก็ยังมีความทรงจำดีๆ กับแม่อยู่

“ชาบอกพี่มาเถอะ” น้ำเสียงของเตมินทร์เบาลงจนแทบสั่น “พี่ขอร้อง”

น้ำตาเธอเริ่มไหล ทิชาส่ายหน้าเบาๆ

“ชาไม่รู้”

“งั้นเหรอ”

เขาหันหน้าหนีแล้วหลับตาลงแน่น

“ออกไปเถอะ”

“พี่มินทร์...”

“พี่ไม่อยากคุยด้วยแล้ว”

ทิชายืนนิ่งอยู่ข้างเตียง มือทั้งสองข้างกำแน่นจนสั่น

“แต่ชาไม่ได้ทำอะไรนะ”

“งั้นทำไมไม่บอกพี่” เสียงของเตมินทร์เริ่มสั่น “พี่ถามตั้งกี่ครั้งแล้ว แต่ชาก็ไม่ยอมตอบ”

ทิชายกมือขึ้นเช็ดน้ำตา แต่ก็ยังไหลออกมาเรื่อยๆ

เตมินทร์ขึ้นเสียง หายใจไม่เป็นจังหวะ

“ทุกคนรู้เรื่องแม่ แต่ไม่มีใครบอกพี่เลย!”

เขากำผ้าห่มแน่นจนมือสั่น

“พี่ไม่รู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าแม่จะกลับมาหรือเปล่า” เสียงเขาแตกอีกครั้ง เบาลงจนเหมือนพูดกับตัวเอง “แล้วชาก็ยังไม่ยอมบอกพี่อีก”

ทิชาสะอื้น เธออยากบอกพี่มินทร์ว่าเธอเห็นอะไร แต่สุดท้ายกลับพูดอะไรไม่ออก

“พี่มินทร์...”

“พี่ไม่อยากเห็นหน้าชาแล้ว ออกไปเถอะ”

เด็กหญิงก้มหน้าลง ก่อนตอบเสียงเบา

“ค่ะ”

ทิชารีบเดินออกจากห้องไป มือยกขึ้นปาดน้ำตาตลอดทาง

ภายในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง เตมินทร์นอนนิ่งอยู่บนเตียง น้ำตาไหลลงมาตามแก้มโดยไม่มีเสียงสะอื้น เขายกมือขึ้นเช็ด แต่ยิ่งเช็ดน้ำตาก็ยิ่งไหล

สุดท้ายจึงทำได้แค่ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า แล้วปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อยู่เงียบๆ คนเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป